วันคุ้มครองโลก กับการเลือกใช้วัสดุที่ยั่งยืน
เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
วันคุ้มครองโลก กับการเลือกใช้วัสดุที่ยั่งยืนเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

วันคุ้มครองโลกไม่ใช่แค่เรื่องบ้านหรือวัสดุก่อสร้าง แต่เกี่ยวข้องกับทุกอุตสาหกรรม ตั้งแต่สถาปัตยกรรม โรงงาน อาคารสำนักงาน
ไปจนถึงธุรกิจทุกประเภท ที่เริ่มให้ความสำคัญกับความยั่งยืน วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการออกแบบที่สอดคล้องกับมาตรฐาน Green Building และ LEED
การเลือกใช้วัสดุปูพื้นซึ่งไม่เพียงตอบโจทย์ด้านดีไซน์ แต่ยังสะท้อนแนวคิดการออกแบบที่คำนึงถึงวงจรวัสดุ ตั้งแต่แหล่งที่มา กระบวนการผลิต ไปจนถึงการใช้งานในระยะยาว ด้วยเหตุนี้เองทำให้วัสดุปูพื้นกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญในการยกระดับมาตรฐานโครงการ ให้สอดคล้องกับทิศทางของอุตสาหกรรมที่มุ่งสู่ความยั่งยืนมากยิ่งขึ้น
ความสำคัญวันคุ้มครองโลกกับการเปลี่ยนผ่านสู่มาตรฐานอาคารเขียว
“วันคุ้มครองโลก” ถูกกำหนดให้เป็นวันที่ 22 เมษายนของทุกปี ซึ่งพัฒนามาจากแคมเปญด้านสิ่งแวดล้อมในอดีตสู่การเป็น Global Movement ที่ทรงอิทธิพลต่อแนวคิดขององค์กรทั่วโลก ในยุคที่การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ (Climate Change) ส่งผลกระทบอย่างชัดเจน ความยั่งยืนจึงกลายเป็นมาตรฐานใหม่ที่ต้องปฏิบัติได้จริง
โดยแนวคิดการพัฒนาองค์กรที่มุ่งเน้นความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม (ESG/Sustainability) ได้ถูกผนวกเข้าสู่ทุกกระบวนการ ตั้งแต่การออกแบบไปจนถึงการเลือกใช้วัสดุก่อสร้างรักษ์โลกและวัสดุทดแทนในงานก่อสร้าง ที่ช่วยลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ
ขณะเดียวกันมาตรฐานรับรองอาคารเขียวระดับสากล (LEED) ได้กลายเป็นหมุดหมายสำคัญของงานสถาปัตยกรรมยุคใหม่
ส่วนผู้บริโภคก็เริ่มให้ความสำคัญกับแบรนด์ที่มีความรับผิดชอบต่อโลกมากขึ้น การเลือกใช้วัสดุปูพื้นที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จึงไม่ใช่แค่การออกแบบ แต่สื่อถึงความใส่ใจของแบรนด์ผ่านพื้นที่ใช้งานจริง
เปลี่ยนทุกพื้นที่ให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ด้วยวัสดุปูพื้นจาก CASA ROCCA
CASA ROCCA กับแนวคิด Eco Design
คัดสรรวัสดุเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
CASA ROCCA คัดสรรวัสดุปูพื้นที่ให้ทั้งความสวยงาม ประสิทธิภาพการใช้งาน และยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตอบโจทย์ทั้งด้านดีไซน์และมาตรฐานการใช้งานในระยะยาว พร้อมรองรับความต้องการของโครงการยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพและความยั่งยืน
ในทุกมิติ
แนวทางดังกล่าวคือการวางรากฐานให้กับงานออกแบบที่สามารถใช้งานได้จริง ควบคู่ไปกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพ CASA คัดสรรวัสดุโดยเฉพาะไม้สังเคราะห์ CASA Wood และกระเบื้องยางจาก Tarkett
จุดเด่นของไม้สังเคราะห์ CASA Wood ที่ยกระดับงานออกแบบอย่างยั่งยืน

CASA Wood คัดสรรไม้สังเคราะห์ WPC (Wood Plastic Composite) ที่เป็นวัสดุทดแทนในงานก่อสร้าง ตอบโจทย์ทั้งด้านดีไซน์และความยั่งยืน ด้วยกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน ทำให้ได้วัสดุที่มีความสวยงาม ทนทาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังสามารถนำกลับมารีไซเคิลได้ ช่วยลดปริมาณขยะและเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากร จึงถือเป็นหนึ่งในวัสดุก่อสร้างรักษ์โลกสำหรับงานออกแบบยุคใหม่อย่างแท้จริง โดยมีจุดเด่นต่าง ๆ ดังนี้
โครงสร้างวัสดุรีไซเคิล ลดการใช้สารเคมี
ไม้สังเคราะห์ WPC จาก CASA Wood ผลิตจากเศษไม้รีไซเคิล 50% พลาสติกรีไซเคิล 35% และสารเสริมแต่ง 15% เพื่อเพิ่ม
ความทนทาน สี และคุณสมบัติในการต้านทานรังสี UV
โครงสร้างของวัสดุไม่เป็นแหล่งอาหารของปลวกและแมลงกินไม้ จึงไม่จำเป็นต้องใช้สารเคมีเคลือบหรือฉีดป้องกันเหมือนไม้ธรรมชาติ ช่วยลดการสะสมของสารตกค้างภายในพื้นที่ใช้งาน และยกระดับความปลอดภัยให้กับผู้อยู่อาศัย
นอกจากนี้ ยังช่วยลดการใช้ทรัพยากรใหม่ และสามารถนำกลับมารีไซเคิลได้อีกครั้ง สอดคล้องกับแนวคิด Circular Economy
และแนวทางของวัสดุก่อสร้างรักษ์โลกที่เน้นความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน


ทนทานต่อทุกสภาพอากาศ
ด้วยโครงสร้างของไม้ WPC ที่ใช้เป็นวัสดุทดแทนในงานก่อสร้าง จึงมีความสามารถในการทนต่อความชื้น แสงแดด ลดปัญหาการหดและขยายตัวของไม้จริงเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง อีกทั้งวัสดุไม่บวม ไม่บิดงอ และไม่เสื่อมสภาพง่าย แม้ใช้งานในพื้นที่ภายนอก ช่วยลดภาระในการดูแลรักษา และเนื่องจากไม่ใช้ไม้จริงจึงทำให้ใช้งานได้หลายสิบปี ตอบโจทย์ทั้งฟังก์ชันและความคุ้มค่า
ในระยะยาว
วัสดุปลอดภัย ลดการลุกลามไฟ
ไม้สังเคราะห์ WPC ถูกออกแบบให้มีคุณสมบัติทนความร้อนและช่วยชะลอการลุกลามของเปลวไฟได้ดีกว่าไม้ธรรมชาติ ลดความเสี่ยง
ในการเกิดการลามไฟในกรณีเกิดเหตุไม่คาดคิด วัสดุไม่ติดไฟง่ายและไม่เป็นตัวเร่งการเผาไหม้ จึงช่วยเพิ่มระดับความปลอดภัยให้กับพื้นที่ใช้งาน
คุณสมบัตินี้ช่วยยกระดับความปลอดภัยของพื้นที่ใช้งาน เหมาะสำหรับอาคารสาธารณะ พื้นที่เชิงพาณิชย์ และโครงการที่อยู่อาศัย
ขนาดใหญ่ ช่วยให้ใช้งานพื้นลายไม้ได้อย่างมั่นใจ
เฉดสีและผิวสัมผัสเสมือนไม้จริง
ไม้สังเคราะห์ WPC CASA Wood ถูกออกแบบให้มีลวดลายและผิวสัมผัสใกล้เคียงไม้ธรรมชาติ ทั้งในด้านโทนสี มิติของลายไม้
และพื้นผิวที่ให้ความรู้สึกสมจริง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับงานพื้นลายไม้ที่ต้องการความสวยงามควบคู่กับความคงทน นอกจากนี้ วัสดุ
ยังคงความสม่ำเสมอของสีได้ดีกว่าไม้ธรรมชาติ ที่ซึ่งมักเกิดการซีดจางง่ายจากแสงแดดและความชื้น ช่วยให้งานออกแบบดูสวยงามต่อเนื่องในระยะยาว พร้อมลดการใช้ไม้จริงและส่งเสริมแนวคิดเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ได้อย่างเป็นรูปธรรม
จุดเด่นกระเบื้องยาง Tarkett ที่ตอบโจทย์มาตรฐานอาคารสีเขียวยุคใหม่

ในยุคที่แนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมกลายเป็นหัวใจของการออกแบบอาคาร การเลือกใช้วัสดุก่อสร้างรักษ์โลกคือมาตรฐานใหม่ของโครงการยุคปัจจุบัน กระเบื้องยางแบบม้วน Tarkett จึงถูกพัฒนาให้เป็นมากกว่าวัสดุปูพื้นทั่วไป แต่ยังสะท้อนกระบวนการคิดแบบยั่งยืน (Sustainable Process) ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ครอบคลุมทั้งการคัดเลือกวัสดุ การผลิต การใช้งาน ไปจนถึงการรีไซเคิลหลังหมดอายุการใช้งาน ด้วยแนวทางนี้ ทำให้ Tarkett เป็นหนึ่งในกระเบื้องที่ตอบโจทย์ Green Building และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต
ของผู้ใช้งานควบคู่ไปกับการลดผลกระทบต่อโลกอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีจุดเด่นต่าง ๆ ดังนี้
ปลอดสารพาทาเลตและอัตราปล่อย VOC ต่ำกว่าค่ามาตรฐาน
หัวใจของวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมคือการดูแลคุณภาพอากาศภายในอาคาร (Indoor Air Quality) โดยกระเบื้องยางจาก Tarkett ได้รับการพัฒนาให้ปราศจากสารพาทาเลต (Phthalate-Free) และมีอัตราการปล่อยสารระเหยต่ำมาก (Low VOC < 10 µg/ลบ.ม.)
ซึ่งต่ำกว่าค่ามาตรฐานทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ จึงช่วยลดการสะสมของสารเคมี ฝุ่น และสิ่งปนเปื้อนในอากาศ
คุณสมบัตินี้ไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงต่อระบบทางเดินหายใจในระยะยาว แต่ยังเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้ Tarkett ได้รับ
การยอมรับในระดับสากลในด้านคุณภาพวัสดุ โดยเฉพาะในมิติของสุขภาวะและความปลอดภัย ทั้งในด้านการควบคุมการสะสมของเชื้อโรคและแบคทีเรีย ทำให้เหมาะกับพื้นที่ที่ต้องการมาตรฐานสูง เช่น โรงพยาบาล คลินิก โรงเรียน หรืออาคารสำนักงาน สอดคล้องกับแนวคิด Well-being Design ที่มุ่งเน้นสภาพแวดล้อมที่ดีต่อผู้ใช้งานในทุกมิติ
อายุการใช้งานยาวนาน คงสภาพพื้นผิวที่คงทน
แนวคิด Sustainability ไม่ได้จบแค่วัสดุที่ดี แต่รวมถึงอายุการใช้งานที่ยาวนานช่วยลดความจำเป็นในการเปลี่ยนวัสดุบ่อยครั้ง เพื่อลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ และลดปริมาณของเสียจากการรื้อถอนในระยะยาว
แนวทางการผลิตและการรีไซเคิลที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม
ทุกขั้นตอน ตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบจนถึงกระบวนการผลิต ได้ควบคุมการใช้พลังงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้วัสดุมี Carbon Footprint ต่ำ และเหมาะกับโครงการที่ให้ความสำคัญกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ในขณะเดียวกัน วัสดุยังถูกออกแบบให้สามารถนำกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลได้หลังหมดอายุการใช้งาน โดยยังคงคุณสมบัติ
ที่เหมาะสมต่อการผลิตใหม่ ช่วยลดปริมาณขยะและสนับสนุนการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าในระบบ Circular Economy

ด้วยคุณสมบัติและกระบวนการผลิต ทำให้กระเบื้องยาง Tarkett และไม้สังเคราะห์ WPC สอดคล้องกับมาตรฐานอาคารเขียวระดับสากลอย่าง LEED และ Green Building ทำให้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกของวัสดุทดแทนในงานก่อสร้างที่ช่วยยกระดับโครงการทั้งในด้านคุณภาพและความยั่งยืนได้อย่างชัดเจน
CASA ROCCA ผู้เชี่ยวชาญด้านวัสดุปูพื้น เราเลือกนำวัสดุจากCASA Wood และกระเบื้องยางจาก Tarkett เพราะการเลือกใช้วัสดุทดแทนในงานก่อสร้างไม่ได้เป็นเพียงเทรนด์ชั่วคราว แต่คือการลงทุนเพื่อผลลัพธ์ในระยะยาว ทั้งในด้านต้นทุน การบำรุงรักษา
และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อตอบโจทย์ในบริบทในบริยทของ “วันคุ้มครองโลก” ให้ได้มากที่สุด
สนใจกระเบื้องที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน
เลือก CASA ROCCA ผู้เชี่ยวชาญด้านวัสดุปูพื้น









